f

ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่แนะประชาชนดูแลสุขภาพในช่วงที่เกิดหมอกควัน

ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ แนะประชาชนในช่วงประสบปัญหาหมอกควัน ควรหลีกเลี่ยงการสูดฝุ่นละอองของควัน โดยใช้หน้ากากอนามัย ผ้าเช็ดหน้า ปิดปาก ปิดจมูกและสวมแว่นตาทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

 

12524079_984336744975514_4654591719238810332_n

 

นพ.สุรพันธ์ แสงสว่าง รักษาราชการผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ของทุกปี จะพบว่าในเขตพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนประสบกับปัญหามลพิษจากหมอกควัน และฝุ่นละอองในอากาศที่สูงมากกว่าปกติ ซึ่งมักจะเกิดในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมของทุกปี โดยสาเหตุหลักของการเกิดปัญหาหมอกควันนั้น ส่วนใหญ่มาจากเรื่องของการเผา เช่น การเผาในพื้นที่เกษตร การเผาวัชพืชริมทาง และการเผาป่า ทำให้เกิดหมอกควันและฝุ่นละอองเถ้า เขม่าควันและแก๊สมลพิษ ระบายออกสู่อากาศ และเนื่องจากพื้นที่ชุมชนทางภาคเหนือส่วนใหญ่ มักตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีภูเขาล้อมรอบลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ทำให้หมอกควันไม่สามารถให้หมอกควันกระจายตัวออกไปได้ ทำให้หมอกควันและมลพิษสะสมในบรรยากาศเป็นปริมาณมาก จนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพซึ่งมลพิษจากควันและฝุ่นละอองในอากาศมีผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย คือ ระบบทางเดินหายใจ ระบบผิวหนัง และอาจจะมีผลกระทบต่อระบบหัวใจ ระบบสมอง ก่อให้เกิดโรคเฉียบพลัน เช่น หลอดลมอักเสบ ไอ หายใจลำบาก ทำให้หอบหืดหรือถุงลมโป่งพองกำเริบหนักกว่าเดิม ส่งผลต่อสตรีตั้งครรภ์ ทำให้เด็กคลอดออกมามีน้ำหนักน้อยกว่าปกติ หากสะสมเป็นเวลานาน อาจจะก่อให้เกิดเป็นโรคมะเร็งปอดได้ ซึ่งในภาคเหนือ มีสถิติผู้ป่วยมะเร็งสูงสุดในประเทศไทย สามารถสังเกตอาการที่ปรากฏอาจเริ่มตั้งแต่ขั้นเล็กน้อยจนถึงรุนแรง ได้แก่ แสบตา ตาแดง น้ำตาไหล คอแห้ง ระคายคอ ไอ เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หายใจติดขัดนพ.สุรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันอันตรายจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่สถานการณ์หมอกควัน ควรหลีกเลี่ยงการสูดฝุ่นละอองของควัน โดยใช้หน้ากากอนามัย ผ้าเช็ดหน้า ปิดปาก ปิดจมูกและสวมแว่นตาทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ปิดหน้าต่าง ประตูเพื่อป้องกันฝุ่นควันเข้าบ้าน หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีหมอกควัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก คนชรา ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หอบหืด โรคหัวใจ โรคปวด สตรีตั้งครรภ์ งดเว้นการสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในที่แจ้ง ติดตามรับฟังข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเข้าใจและปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ทุกคนมีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคม โดยไม่เพิ่มปริมาณหมอกควันในอากาศ เช่น ไม่เผาขยะ เศษใบไม้ กิ่งไม้ จุดธูปเทียนหรือสูบบุหรี่ ส่วนเกษตรกรต้องไม่เผาเศษวัสดุจากการเกษตร การเผาป่า เผาขยะหรือเผาหญ้า เพื่อลดจำนวนฝุ่นละอองในอากาศให้น้อยลง และลดผลกระทบต่อสุขภาพ